เทศน์เช้า

เทศน์เช้า

๑๖ ก.พ. ๒๕๖๓

              เทศน์เช้า วันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓     

พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต

 

ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี

 

ตั้งใจฟังธรรมะ วันนี้วันพระ วันพระ วันโกน วันแสวงบุญ แสวงบุญกุศลเพื่อหัวใจของคน หัวใจของคนนะ เพราะคนที่ไม่สนใจ คนที่เขาไม่เชื่อถือมากมายมหาศาล เวลาคนที่หัวใจที่ประเสริฐไง วันพระผู้ประเสริฐ ประเสริฐไง สิ่งที่ประเสริฐนะ ชีวิตมีค่ามีค่ามาจากไหน มีค่ามาจากคนใกล้ชิดไง มีค่ามาจากพ่อจากแม่ พ่อแม่เป็นพระอรหันต์ของลูก พ่อแม่เป็นพระอรหันต์ของลูกไง 

พ่อแม่ให้ชีวิตนี้มา พ่อแม่เป็นเจ้าของชีวิต เลี้ยงแล้ว เห็นไหม ความรักของพ่อแม่เป็นความรักที่สะอาดบริสุทธิ์ ความรักที่ไม่หวังผลตอบแทนใดๆ ทั้งสิ้น ไม่หวังผลตอบแทนใดๆ ทั้งสิ้น ยังทะนุถนอมเลี้ยงดูมา ให้การศึกษา ให้มีหน้าที่การงาน ให้ต่างๆ พ่อแม่ให้มาทั้งสิ้นเลย พระอรหันต์ของลูก ถ้าไม่มีพ่อไม่มีแม่ เราไม่ได้มาเกิด เวลาเกิดมาแล้วเราต้องซาบซึ้งบุณคุณของพ่อแม่ของเราไง ปู่ ย่า ตา ยายของเรา เห็นไหม เวลาทำบุญกุศลขึ้นมา อุทิศส่วนกุศลให้กับปู่ ย่า ตา ยายของเรา ให้กับผู้ที่มีบุญมีคุณไง 

เขาบอกว่าทำบุญแล้วอุทิศกุศลไม่ได้ อุทิศแล้วไม่ได้ ไม่ได้ก็คือคนที่แข็ง คนที่กระด้าง คนที่หัวใจมืดบอด ไม่รู้จักบุญคุณของคน ถ้ามีบุญคุณของคน เราเป็นคนกตัญญูกตเวที เรารู้จักบุญรู้จักคุณ พ่อแม่ให้ชีวิตนี้มา ชีวิตนี้มีค่าที่สุดแล้ว แล้วเราเกิดมาแล้วเราเป็นมนุษย์ เรามีหน้าที่การงานของเรา เราขวนขวายของเรา เราทำหน้าที่การงานของเรา นี่เพื่อประโยชน์กับเรา เพื่อประโยชน์กับเราไง ถ้าเพื่อประโยชน์กับเรา เราซาบซึ้งบุญคุณของเรา เราตอบแทนบุญคุณของพ่อของแม่ เวลาปฏิสนธิจิต ปฏิสนธิจิตไง เวลาเกิด เกิดจากพ่อจากแม่ไง

แต่เวลาเป็นเรื่องธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านะ จิตนี้เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ จิตของเรา จิตของเราน่ะ จิตที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ เพราะมันมีอวิชชามันถึงเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ เพราะมันมีบุญมีกรรมต่อกัน เป็นสายบุญสายกรรมต่อกัน ถึงมาเกิดร่วมกัน เวลาเกิดร่วมกันขึ้นมาแล้ว เห็นไหม อภิชาติบุตร บุตรที่ดีกว่าพ่อกว่าแม่ไง เวลาที่มีเวรมีกรรมต่อกัน มันก็มีการขัดการแย้งในหัวใจเป็นเรื่องธรรมดา เพราะมีอวิชชาในหัวใจ 

เวลาจิตมันมีทั้งพุทธะ พุทธะ เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานไง แล้วมันก็มีมาร มันมีมาร มีพญามารครอบงำไง เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะตรัสรู้ธรรม มารคอตก เวลามารคอตก ลูกสาวของมาร นางตัณหา นางอรดี ความโลภ ความโกรธ ความหลงนั่นไง เป็นลูกสาวของมาร ลูกสาวของมารบอกว่าไม่เป็นไร จะไปเกลี้ยจะไปกล่อมไง 

นี้ในหัวใจของเรา เห็นไหม มีทั้งพุทธะ มีทั้งสารพิษ สารพิษเวลาความเป็นพิษในหัวใจของเรา เวลามันครอบงำหัวใจของเรา มารที่มันครอบงำหัวใจของเรา มันปิดหูปิดตาไง แล้วมันบอกว่าความคิดไม่มีใครรู้กับเรา ความคิดเป็นความเห็นของเราไง แล้วมันทำสิ่งใด นั่นเป็นความคิดที่ผิด ถ้าความคิดที่ผิด แต่เราไม่เข้าใจไง เพราะอวิชชามันปิดหูปิดตาไง 

วันพระ วันพระผู้ประเสริฐ เห็นไหม ผู้ประเสริฐ พุทธะ เราจะเข้าไปสู่พุทธะ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานไง ถ้าพุทธะ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน เราจะปลูกหน่อของพุทธะไง เราจะปลูกหน่อของพุทธะ นี่เริ่มต้นจากทำบุญ ทำกุศลนี่ไง ทำบุญ ทำกุศล การให้ทาง การยกมือไหว้นอบน้อม เป็นบุญ เป็นกุศลทั้งนั้นน่ะ คำว่า เป็นบุญ เป็นกุศลสิ่งที่เป็นบุญกุศลเพราะอะไร เพราะจิตใจมันเป็นธรรมไง จิตใจมันใฝ่ดีไง 

ถ้าจิตใจที่เป็นพาลไง มันลูกหลานของมารไง มันทำลายหัวใจเราก่อน เวลาความคิดมันเกิดขึ้นนะ มันเหยียบย่ำหัวใจของเราแล้วแหละ หลวงตาท่านสอนประจำ ไปกว้านเอาความเป็นภัยสารพิษต่างๆ มาทับถมใจของตน ยังไม่รู้ตัวนะ มันรู้ตัวแต่ว่ามันได้ชนะเขา มันได้เหยียบย่ำเขา มันได้ทำลายเขา มันได้ มันว่ามันได้ มันได้นะ นั่นน่ะมันเป็นเวรเป็นกรรม เห็นไหม

กรรมจำแนกสัตว์ให้เกิดต่างๆ กันนะ เวลาพระโพธิสัตว์ พระโพธิสัตว์ มีแต่กรรมดีกรรมดีน่ะ คำว่า กรรมดีนะ สิ่งใดก็ให้ ให้ทั้งสิ้น ให้เขาไปทั้งสิ้น ให้แล้วผลตอบสนองขึ้นมา ๔ อสงไขย ๘ อสงไขย ๑๖ อสงไขย มันสมบูรณ์แบบไง เวลาสมบูรณ์แบบแล้ว ต้องเกิดมาเป็นเจ้าชายสิทธัตถะ เกิดมาแล้วนะ พราหมณ์พยากรณ์เลย ถ้าอยู่ทางโลกจะได้เป็นจักรพรรดิ แต่ถ้าออกบวชจะได้เป็นศาสดา สิ่งต่างๆ พยากรณ์ชี้เลย 

นี่พูดถึงเป็นพรหมศาสตร์ เป็นเรื่องการทำนายไง เขารู้ของเขาไง 

แต่เป็นความจริง ความจริง เพราะองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นผู้สร้างมา เป็นผู้กระทำมาทั้งสิ้น ถ้าเป็นผู้สร้างมาทั้งสิ้น พระพุทธศาสนานะ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ธรรมขึ้นมา สัจธรรม พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พระสงฆ์อย่างพวกเราจะได้บวชหรือไม่ได้บวช ถ้ามันเป็นอริยสงฆ์ในหัวใจของเรา นางวิสาขาไม่ได้บวชก็เป็นพระโสดาบัน พระโสดาบันไง 

นี่ก็เหมือนกัน สิ่งที่ในหัวใจของเรา ถ้ามันจะเป็นพระสงฆ์ เป็นสัจธรรมความจริงอย่างนั้น เพราะมันรู้ธรรม รู้ธรรม คำว่า รู้ธรรม” รู้ธรรมมาจากไหน รู้ธรรมมาจากปัจจัตตัง สันทิโฏฐิโก  เวลาปัจจัตตัง สันทิฏฐิโก มันรู้จักหัวใจ 

หัวใจความที่เราไม่รู้จักใจของเราเลย เวลามันคิด เวลาต้นไม้เป็นพิษที่ เห็นไหม ที่มันเป็นความโลภ ความโกรธ ความหลงมันเกิดขึ้นมา มันครอบงำหัวใจของเรา 

แต่ถ้าเป็นสัจธรรม เราประพฤติปฏิบัติของเรา เป็นสัจจะความจริง เป็นพุทธะ เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน เวลามันจะเกิดสิ่งใด เรารู้เท่า รู้เท่าในหัวใจของเราทั้งหมด 

มโนกรรม มโนกรรม มโนกรรมในหัวใจ จิตใจมันยังรู้เท่า มันเป็นธรรมในหัวใจน่ะ ความคิดไง มโนกรรม มโนกรรม คิดซ้ำคิดซาก แล้วมันก็คิดไง ความคิดๆ เวลาเราทุกข์เรายาก เราว่าเราทุกข์เรายากนะ แต่เราไม่รู้เลยว่าเราทุกข์เรายากเพราะความคิดของเรานี่ เราไม่รู้เลยว่าเวลาความโลภ ความโกรธ ความหลงมันครอบงำหัวใจ 

ดูมันสิ มันพาคนไปทำตามแต่อำนาจของมัน แล้วทำเสร็จแล้วมันไปไหนล่ะ มันเป็นอารมณ์ชั่ววูบ เวลามันผ่านไปแล้วนะ สำนึกได้ เสียใจ แต่ตอนมันพาไป ทำไมไม่คิดได้ล่ะ พอมันผ่านไปแล้ว มันเป็นอารมณ์ชั่ววูบ

เราเป็นชาวพุทธไง เราเกิดเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา สิ่งที่เราอ้อนวอน การกราบก้ม การขอร้องต่างๆ อันนี้มันเป็สภาคกรรม กรรมร่วมกันมา 

แต่ถ้าเวลาเป็นความจริง ความจริง เห็นไหม เราทำของเราเป็นสัจจะความจริง เวลาทำบุญกุศล ทำบุญกุศล ต้องไปวัดไปวา ต้องไปทำกับพระ เวลาเราอยากให้ทาน เราให้ใครเขาก็ได้ไง แต่หัวใจของเรา ทำไมไม่สงสารมันเลยหรือ ไม่สงสารหัวใจของเราเลยหรือ ถ้ามันสงสารนะ เฮ้ย! เอ็งทำไมทุกข์ขนาดนี้วะ 

เราเชื่อมั่นในพระพุทธศาสนาไง เวลาเราฝึกหัดของเรา ฝึกหัดสติของเราขึ้นมา เราระลึกรู้ของเราตลอดเวลา แล้วเวลาระลึกรู้แล้ว สิ่งที่มันดีขึ้นกว่านั้น ศีล สมาธิ เวลาทำสมาธิ ทำความสงบของใจเข้ามา ถ้าใจสงบระงับเข้ามา พุทธะ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานไง ถ้าเราจะปลูกหน่อของพุทธะไง ถ้าหัวใจของเรา เราจะสร้างแต่คุณงามความดี ความดีทิ้งเหว เพราะโลกเขารู้กับเราไม่ได้ไง เวลาทุกข์ ใครไม่รู้กับเราหรอก ความสุข ความทุกข์ในใจของเรา เวลาเรามีการกระทำ เราพยายามบริกรรมของเรา หายใจเข้านึกพุท หายใจออกนึกโธ 

คำว่า หายใจเข้านึกพุท หายใจออกนึกโธ แย่งพญามารมันมา พญามารมันเหยื่อ มันล่อไง นู่นก็ดี นี่ก็ดี นู่นก็ยอดเยี่ยม นี่ก็ประเสริฐ มันไปตามมันไง แต่เราบอกให้กำหนดพุทโธ พุทธะ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ให้กำหนดพุทธะ เวลากำหนดแล้วมันจืด มันชืด มันตึง มันเครียด มันไม่เห็นได้อะไรขึ้นมาเลย ได้! ได้ที่ไม่ให้มันคิดตามที่มันพอใจไง ได้ที่มันไม่ปลุกประเด็นในหัวใจเราขึ้นมาไง แล้วฝึกหัด ฝึกหัดขึ้นมา ดูนักกีฬาสิ ถ้าความฟิตไม่พอเขาไม่ให้แข่งหรอก ทีมฟุตบอล ถ้านักกีฬาเขาไม่ฟิต เขาให้นั่งอยู่ข้างสนาม

นี่ก็เหมือนกัน หัวใจเราอ่อนแอ หัวใจเราไม่มีกำลัง แล้วเราไม่ได้ฝึกหัดอะไรเลย ศึกษาธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาเป็นทฤษฎี ทรงจำธรรมวินัย ทรงจำธรรมวินัย ทรงจำ รู้ไปหมดล่ะ รู้ไปทุกอย่างเลย ความผิดของคนอื่นเห็นหมดเลย นู่นก็ผิด นี่ก็ผิด คนนู้นก็ไม่ดี คนนี้ก็ไม่ดี แต่เราไม่ดีไม่เห็นน่ะ ถ้ามันเห็น เห็นตอนไหนล่ะ เห็นตอนนั่งสมาธิ นั่งได้ ไม่ได้ ถ้าไม่ได้แสดงว่าเราคนไม่ดี ถ้าคนดีมันต้องนั่งได้ คำว่า นั่งได้” เพราะอะไร 

เพราะเราบูชาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านะ ปฏิบัติบูชาปฏิบัติบูชา องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเน้นย้ำกับพระอานนท์เลย เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะปรินิพพานไง มัลลกษัตริย์ ประชาชน เอาดอกไม้ธูปเทียนมาเคารพบูชามากมายมหาศาล 

อานนท์ เธอบอกเขานะ ปฏิบัติบูชาเราเถิด อย่าได้บูชาเราด้วยอามิสเลย” 

ข้าวของเงินทองทุกอย่างเป็นอามิสทั้งนั้น สิ่งที่เป็นอามิส เราบูชาได้แต่สิ่งที่เป็นอามิสไง แต่เราไม่สามารถปฏิบัติบูชาพุทธะในใจของเราได้ไง ปฏิบัติบูชาเราเถิด ปฏิบัติบูชาเราเถิด แล้วเรานักประพฤติปฏิบัติขึ้นมา เราพยายามจะไปหาพุทธะ 

วันนี้วันพระ วันพระ ถ้าวันพระ พระที่สำคัญคือพระรอบข้างเรา พ่อแม่ของเรานั่นแหละ แล้วถ้ามันทำสัมมาสมาธิได้ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานนั่นน่ะ พระของเรา พระในใจของเรา พระในใจของเรา ถ้ามันเห็นพระในใจของเราขึ้นมา พระในใจของเราเป็นพุทธะ เป็นผู้ตื่น ผู้ตื่นพยายามน้อมไปให้เห็นโทษเห็นภัยในหัวใจของเรา เห็นเชื้อไข เห็นอวิชชา เห็นพญามารที่พาเรามาเกิดอยู่นี่ ถ้ามันรู้มันเห็นของมัน มันใช้สติปัญญาของมัน 

ถ้ามันเกิดพุทธะ มันเกิดภาวนามยปัญญาขึ้นมา ปัญญามันเกิดจากการภาวนาขึ้นมาไง สิ่งที่ภาวนา เห็นไหม ที่ว่าเราทำบุญกุศลต้องไปวัดไปวาไง แล้วถ้าเราภาวนามยปัญญา ปัญญามันเกิดจากหัวใจของเราขึ้นมาไง ปัญญาอย่างนี้เป็นปัญญาที่ประเสริฐ พระพุทธศาสนา ศาสนาแห่งปัญญาอยู่ตรงนี้ อยู่ตรงที่เกิดภาวนามยปัญญา ปัญญาของเราที่รู้แจ้งในใจของเรา

แล้วมันอยู่ไหนล่ะ หลวงพ่ออย่าเพ้อนะ หลวงพ่อเพ้อแล้วแหละ ปัญญาอะไร ปัญญาอะไร ปัญญาก็เราศึกษากันอยู่นี่ไง ทำวิจัยกันอยู่นี่ไง ปัญญา วิจัยมันวิชาชีพทั้งนั้น มันไม่รู้เท่าทันใจของคนหรอก 

เวลาภาวนามยปัญญามันเกิดจากใจ มันรู้เท่าทันใจเราแล้วนะ มันรู้เท่าทันความคิดนะ มันเอาความคิดเรามาแยกมาแยะ คิดนี้เพื่ออะไร คิดนี้เพราะอะไร คิดนี้มีใครเป็นคนยุเป็นคนแหย่ คิดนี้มันเกิดขึ้นมา เห็นไหม  จุดไฟสิ ไฟมันก็เกิด จุดเทียนไฟก็ติด เป่ามันก็ดับ 

นี่ก็เหมือนกัน ความคิดมันเกิดขึ้นมาเกิดจากใจ มันเกิดมาอย่างไร เอาความคิดมาจับได้แล้วมาแยกมาแยะขึ้นมา ขันธ์ ๕ รูปคืออารมณ์ความรู้สึก เวทนาคือความพอใจ ไม่พอใจ สัญญาคือต้นประเด็น สัญญาคือความจำได้หมายรู้ สัญญาคือจริตนิสัย สัญญาคือที่สร้างมาจนที่มันชอบ สังขารมันปรุงมันแต่งขึ้นไป แล้ววิญญาณที่รับรู้เป็นอารมณ์ อารมณ์ไปอย่างนี้ แยกแยะมัน มันรู้มันเห็น รู้เห็นในขันธ์ ๕ ขันธ์ ๕ ไม่ใช่เรา เราไม่ใช่ขันธ์ ๕ 

แต่นี้มันไม่ใช่เรานี่ไหน วิ่งตามมันน่ะ วิ่งตามมันต้อยๆ เวลาความคิดมันบอก จะไปนั่น จะไปนี่ จะเอาไอ้นั่น วิ่งตามมันเลย

แต่ถ้าเวลาพระโสดาบัน เห็นไหม ขันธ์ ๕ ไม่ใช่เรา เราไม่ใช่ขันธ์ ๕ และขันธ์ ๕ ก็ไม่ใช่ทุกข์ด้วย ความคิดก็ไม่ใช่ความทุกข์ ขันธ์ ๕ ไม่ใช่ทุกข์ด้วย เราก็ไม่ทุกข์ในขันธ์ ๕ ด้วย เพราะขันธ์ ๕ ไม่ใช่เรา เราไม่ใช่ขันธ์ ๕ พุทธะ เวลาฝึกหัด ฝึกหัด เขาฝึกหัดกันอย่างนี้ แต่เขาฝึกหัดกันอย่างนี้ เวลามันเกิดขึ้นมา เกิดเป็นความจริงขึ้นมาในหัวใจของเรา 

วันนี้วันพระ วันพระ ผู้ที่มีพระคุณกับเรา พ่อแม่ของเรา พระที่ใกล้ตัวเรา ใกล้ตัว แต่ไม่ใช่ตัว ถ้าในตัวขึ้นมา ในตัว ร่างกายนี้มันก็ไม่ใช่จิต จิตมันอยู่ในร่างกายนี้  เวลาเข้าไปพิจารณาไปในจิต กิเลสไม่ใช่เรา เราไม่ใช่กิเลส แต่ตอนนี้กิเลสมันเป็นเราน่ะสิ แล้วไม่เคยรู้ไม่เคยเห็นด้วย กิเลสไม่ใช่เรา ถ้าเป็นของเรา เราละไม่ได้ กิเลสไม่ใช่เรา แต่ถ้าคนหยาบ คนหนากิเลสมันครอบงำจนไม่ฟังอะไรเลย คนปานกลางก็เอ้อ! น่าสนใจ ไอ้คนที่ละเอียดนะ เราอยากจะแก้ไข แต่ทำไมมันทำไม่ได้ ทำไมมันทำไม่ได้ 

มันทำไม่ได้มันก็ย้อนกลับมานี่ อำนาจวาสนาบารมีของคน ๔ อสงไขย ๘ อสงไขย ๑๖ อสงไขยของพระพุทธเจ้า แล้วพระสารีบุตร พระโมคคัลลานะ อัครสาวกเบื้องซ้ายและเบื้องขวา เขาได้สร้างบารมีของเขามา เขาได้สะสมบำพ็ญของเขามา เวลาเขามาประพฤติปฏิบัติ เวลาจะไปกราบองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบอกเลย นี่อัครสาวกของเราเบื้องซ้ายและเบื้องขวามาแล้ว ทั้งๆ ที่เพิ่งมาบวชนั่นน่ะ แต่พอทำเป็นจริงขึ้นมา องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตั้งให้เป็นเลย มันอยู่ที่นี่ 

เราก็มีความสนใจ ทำไมเราทำไม่ได้นะ ทำไมเราทำไม่ได้นะ เราก็พยายามสิ ทำทานร้อยหนพันหน ไม่เท่ากับถือศีลบริสุทธิ์หนหนึ่ง มีศีลบริสุทธิ์ร้อยหนพันหน ไม่เท่ากับเกิดสมาธิขึ้นหนหนึ่ง มีสมาธิร้อยหนพันหน ที่มีสมาธิ สมาธิกันอยู่นี่ ได้เกิดปัญญาขึ้นมาหนหนึ่งเป็นไปไม่ได้หรอก ไม่มีสมาธิก็เกิดปัญญาไม่ได้ 

ปัญญาที่ชำระล้างกิเลส ปัญญาที่เกิดขึ้น ในทางศาสนาเรียกว่าสัญญา โลกียปัญญา ปัญญาของโลกๆ โลกเพราะอะไร โลกคือโลกทัศน์ โลกคือโลกของเรา วิสัยทัศน์เกิดจากจิต ปัญญาโลกๆ ก็ปัญญาเกิดจากจิตนั่นแหละ เกิดจากจิต จิตมีอวิชชานั่นน่ะ แล้วอวิชชามันก็พาเราคิด ย้ำคิดย้ำทำอยู่นี่ แต่ธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรงข้ามเลย ความตรงข้าม ตรงข้ามเพราะอะไร สิ่งสรรพสิ่งมันมีของมันอยู่โดยธรรมชาติของมัน แต่มันมีตัวยุตัวแหย่ ตัวยุตัวแหย่ 

คนชอบ ชอบไม่เหมือนกัน ความรักความชอบต่างๆ ไม่เหมือนกันทั้งสิ้น เพราะจริตนิสัย ความชอบ ความชอบ ความชอบนี่คือสันดานนะ ความชอบนี้ไม่ใช่กิเลสนะ ไอ้กิเลสที่ว่าเพราะความชอบแล้วมีกระตุ้นไง รูป รส กลิ่น เสียงอันวิจิตรไม่ใช่กิเลส เพชรก็ไม่ใช่กิเลส เพชรไม่มีกิเลส แต่คนแย่งชิงเพชรกันน่ะกิเลส เพชรมันมีกิเลสไหม เพชรมันไม่มีชีวิต เพชรมันก็เป็นเพชรอยู่นั่น แต่คนไปแก่งแย่งชิงดีกันไง 

ไอ้ตัณหาความทะยานอยากของคนต่างหากคือกิเลส ตัณหาความทะยานอยากของคนต่างหากเป็นกิเลส รูป รส กลิ่น เสียงอันวิจิตรไม่ใช่กิเลส 

แต่แต่เวลาคนที่สร้างบุญกุศลของเขาขึ้นมานะ เขามีบุญกุศลมันเป็นบุญไง มันได้มาด้วยความชอบธรรมไง ความได้มาชอบธรรม เราไม่ได้ปฏิเสธนะ เราไม่ใช่อวดกันว่าไม่เอา โยนทิ้ง โยนทิ้ง ไม่ใช่! เรามีแล้ว เราไม่เหยียบย่ำหัวใจของเราต่างหาก มีสิ่งใดแล้ว สิ่งนั้น เห็นไหม ผู้ที่จิตใจเป็นธรรม สิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้วมันเป็นประโยชน์ มันเป็นประโยชน์กับโลก เราใช้สอยเพื่อโลก ใช้สอยเพื่อหัวใจดวงนี้ที่มีคุณค่าขึ้น คนที่มีอำนาจวาสนา เราเจือจานเพื่อสร้างอำนาจวาสนาบารมีของเราไง ไม่ใช่ว่า โอ๋ยถ้ามันเป็นกิเลสก็โยนทิ้ง โยนทิ้ง 

มีสำนักปฏิบัติเยอะมากเลย เขาว่าอยากเป็นพระโสดาบันไหม ถ้าใครอยากมี สมบัติโอนมาให้เราหมดเลย เอ็งจะได้เป็นพระโสดาบัน มันคิดตื้นๆ แต่คนมันก็เชื่อ แปลกมาก 

ความจริงของของเราก็คือของของเรา แต่ตัณหาความทะยานอยากของเรา ถ้าเรามีสติมีปัญญา เราไม่ไปทุกข์ไปยาก ดูคนตระหนี่สิ เขามีเงินมีทองมากมายมหาศาล เขาไม่ใช้สอยเพื่อประโยชน์กับร่างกายของเขา ร่างกายของเขาคือปัจจัย ๔ เขาไม่ใช้สอยเพื่อเขา และเขาก็ไม่ใช้สอยเพื่อสังคม เขาไม่ใช้สอยเพื่ออะไรเลย มันไม่เป็นประโยชน์กับใครเลย ความตระหนี่อันนั้นน่ะ 

โตเทยยพราหมณ์ เห็นไหม โตเทยยพราหมณ์ เธอเกิดเป็นโตเทยยพราหมณ์ เธอก็ตระหนี่ เวลาตายไปแล้ว ไปเกิดเป็นสุนัข มาเฝ้าทรัพย์สมบัติของตนก็ตระหนี่ ทรัพย์สมบัติของตนที่ตระหนี่ ที่เราไปตระหนี่ถี่เหนียว ในพระไตรปิฎกมากมายมหาศาลเลย คนที่ติดในทรัพย์ของตน ตายไปแล้วมาเกิดเป็นตุ๊กแกมาอยู่ในบ้านนั้น ตายแล้วไปเกิดเป็น โอ๋ยมากมาย แล้วจริงหรือ

นี่ไงความผูกพัน ตัณหาความทะยานอยาก ที่อยู่ในใจนั่นน่ะ ทรัพย์สมบัติมันควรเป็นประโยชน์ ถ้าจิตใจคนที่เป็นธรรม ทรัพย์สมบัติมันไม่เป็นประโยชน์กับคนที่แย่งชิง ตัณหาความทะยานอยากแย่งชิงกันมา แล้วถ้ามีแล้วไม่รู้จักใช้สอยมัน มันกลับเป็นโทษ เป็นโทษเวลาถ้าใช้สอยไปทำต่างๆ ไปมันจะเกิดดีงามในวัฏฏะ แต่มันติดพัน มันเกิดเป็นการมาเฝ้า มาดูมาแล มาผูกพันกับมันอีกไง กิเลสมันถึงร้ายนักไง 

คนเราเกิดมานะมีอวิชชา เพราะการเกิด เกิดจากพุทธะ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน เกิดจากปฏิสนธิจิตนี่แหละ แต่เพราะมีอวิชชา เราเกิดเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา มีครูบาอาจารย์ที่ประพฤติปฏิบัติ เราพยายามฝึกหัดของเรา ทำไมท่านทำได้ ทำไมเราทำไม่ได้ แล้วถ้าเราทำของเราได้ เราก็ฝึกฝนของเราขึ้นมาให้มันเป็นประโยชน์ของเราไง มันเป็นปัตจัตตัง เป็นสันทิฏฐิโกไง เวลาเป็นปัจจัตตัง เป็นสันทิฏฐิโก เป็นสมาธิ อ๋อ! แหมมหัศจรรย์มาก เวลาเกิดปัญญา อู้ฮู!มหัศจรรย์กว่า แล้วมันเกิดปัญญาญาณ โอ้โฮ! ยิ่งมหัศจรรย์ใหญ่เลย 

แล้วเวลาครูบาอาจารย์ท่านสนทนาธรรมกัน ถ้าใครไม่มีพูดไม่เป็นหรอก พูดลอยๆ ฟังเขาเล่าว่า ศึกษาธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเหมือนเขาเล่าว่า ไม่เคยรู้ ไม่เคยเห็น เห็นแต่เมนูของอาหารแต่ไม่เคยกิน ไม่รู้รสชาติของมันไง 

ครูบาอาจารย์ของเราท่านปฏิบัติแล้วนะ ปัจจัตตัง สันทิฏฐิโก รู้เต็มเม็ดเต็มหน่วย สดๆ ร้อนๆ สมาธิก็สดๆ ร้อนๆ ถ้าปัญญาขึ้นมาเกิดปัจจุบันน่ะ สดๆ ร้อนๆ มันสดๆ ร้อนๆ มันก็แก้กิเลสสดๆ ร้อนๆ ตรงนี้ไง 

แต่ของเรา เรามีแต่เมนูจำได้ สัญญาทั้งหมด ไม่มีรสไม่มีชาติเลย เวลามันทุกข์มันยาก ศึกษามาก็ เออ! ดีหน่อยหนึ่ง เดี๋ยวก็ลืม 

แต่อริยสัจในหัวใจของครูบาอาจารย์ไม่มีลืม อริยสัจเป็นอริยสัจ เป็นสัจจะ เป็นความจริงอยู่ในหัวใจดวงนั้น เป็นอกุปปธรรม ไม่เคลื่อนที่ ไม่แปรปรวน มันเป็นสัจจะเป็นความจริงอันนั้น นี่ในพระพุทธศาสนาของเราไง มันถึงมีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ แก้วสารพักนึก ใครเข้าได้มากได้น้อยแค่ไหนเป็นสมบัติของคนคนนั้น เอวัง